ท่องเที่ยว ณ เมืองเบตง

การเดินทางในแบบฉบับที่เราไม่สามารถรู้ล้วงหน้าปะปนกับความอันตรายเล็กๆน้อยๆที่เรานั้นไม่รู้จักชื่อเปิดผนึกความรู้สึกบางด้านที่เราไม่ค่อยได้ใช้มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆในชีวิตของผมและเราก็เดินทางมาถึงยัง เบตง

ในขณะที่แดดแผดเผาในยามเที่ยงนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการหาที่พักเพื่อตั้งต้นในการเดินทางครั้งนี้ทำให้เรารู้จักThe train hostel Hostel ของชาวเบตงที่เพิ่ฝเปิดใหม่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังคงความใหม่เป็นที่พักที่เหมาะกับนักเดินทางมือใหม่อย่างผมจริงๆ24ชั่วโมงเต็มกับการเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังที่พัก ณ เบตง เราพักผ่อนรีบูตตัวเองสักพักจากการเดินทางที่ยาวนานจนพระอาทิตย์เริ่มหลบมุม

เราจึงเริ่มลุกขึ้นเพื่อออกไปสัมผัส เบตง   เบตงเมืองที่คงรูปแบบของความเรียบง่ายอย่างสงบหลายคนที่เคนเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ต่างตักตวงความสวยงามของที่นี่และชาวบ้านที่น่ารักเพื่อเป็นความทรงจำที่สวยงามและเรื่องเล่าให้กับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยได้มาสัมผัสยังสถานที่แห่งนี้และเราก็เดนทางมายังหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตงและได้นั่งคุยกันหน้าตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ซึ่งได้สร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองตู้ไปรษณีย์ใบยักษ์นี้มีความสูงถึง290เซนติเมตรเลยทีเดียวหลังจากเดินเล่นอยู่ในเมืองเบตงสักระยะเราก็มาพบกับอุโมงค์มงคลฤทธิ์อุโมงค์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทยสถานที่ ที่ไม่ว่าใครที่มายังเบตงก็ต่างอย่างที่จะแวะเวียนมายังอุโมงค์นี้สักครั้งในชีวิตด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างเป็นสิ่งที่ทำให้สมองของเราทำงานอย่างมีชั้นเชิงหลายคนคงไม่เลือกที่จะจำความรู้สึกในการขับรถไปทำงานยามเช้าแต่สิ่ง ที่จะถูกบันทึกนั้นคงจะเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างที่เรานั้นต่างก็จะปรารถนาและประสบการณ์ที่ผมปรารถนา เบตง ก็มีทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

ความสุขของชีวิตมนุษย์นั้นบางครั้งก็ดูเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับเราแต่ถ้ามีวันไหนที่เราได้เคยถามตัวเองว่าเรานั้นเป็นคนที่ปล่อยให้ความคิดไปไกลกว่าความเป็นจริงหรือเราปล่อยให้ความจริงไปไกลกว่าความคิดความสุขของคนเรานั้นถึงจะมีรู้แบบที่มันดูแตกต่างกันแต่ถ้าได้ถามตัวเองในวันที่เราอยู่เราลำพังแก่นแท้ของความเป็นจริงมันจะมีคำตอบให้กับเราเสมอและในวันที่เรานั้นเปิดใจฟังบรรยากาศในยามค่ำคืนของเบตงเป็นไปด้วยความเรียบง่ายผู้คนในยามค่ำคืนดูเหมือนจะมีมากกว่าในตอนกลางวันซะอีก

 

สนับสนุนโดย  rb88

เที่ยวประเทศไอซ์แลนด์

เที่ยวประเทศไอซ์แลนด์ ชมความงามของถ้ำคริสตัล   Ice Caves or Crystal Ice Cave, Iceland

             หากใครไม่กลัวหนาวเราขอแนะนำให้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์  ประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สวยงามมากมายหลายแห่ง และที่ประเทศนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงามติดอันดับโลก ที่เชื่อว่าหากใครได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่นี่แล้วจะต้องติดใจและอยากมาเที่ยวที่นี่ซ้ำอีกแน่นอน

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์ที่จะแนะนำให้ไปเที่ยวในครั้งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เมื่อเราเดินเข้าไปแล้วเราจะรู้สึกว่าเราเป็นตัวละครในเทพนิยาย เพราะทีนี่มีความสวยงาม จนเราคิดว่าไม่น่าจะมีอยู่จริงในโลก

นอกจากภาพยนตร์ หรือในนวนิยายเท่านั้น และสถานที่ว่าคือ ถ้ำไอซ์เคฟ  ซึ่งเป็นถ้ำน้ำแข็งคริสตัล ที่มีขนาดใหญ่และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยถ้ำไอซ์เคฟ แห่งนี้ได้เป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทุกคนที่เคยเดินทางมาเที่ยวที่ถ้ำไอซ์เคฟ แห่งนี้ว่าเป็นถ้ำที่มีความสวยงาม งดงามตระการตามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว ซึ่งถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองสตัฟคาเฟล โดยลักษณะของตัวถ้ำจะมีปากถ้ำที่มีความคล้ายกับปล่องน้ำแข็งโดยมีความสูงประมาณ 22 ฟุต

แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยรูปแบบภายในถ้ำน้ำแข็งจึงไม่ค่อยแน่นอนและมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาซึ่งจะผันแปรไปตามสภาพอากาศอยู่ตลอดเวลา ภายในถ้ำจะมีทั้งน้ำแข็งที่ห้อยย้อยลงมา ซึ่งมีลักษณะแบบเดียวกันกับหินย้อยในประเทศไทยแต่กลับกันตรงที่ที่ถ้ำแห่งน้ำเป็นน้ำแข็งหมดเท่านั้น ภายในถ้ำมีพื้นที่กว้างขวางทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดและบางจุดก็สามารถมองขึ้นไปด้านบนแล้วเห็นท้องฟ้าได้ด้วย ใครที่เข้าไปเที่ยวชมความงามภายในถ้ำต้องสวมเสื้อผ้าให้หนาหนาและใส่รองเท้ากันลื่น

เพราะทุกพื้นที่ภายในถ้ำจะไม่มีดินให้เดินเลยจะเป็นน้ำแข็งทั้งหมด เหมือนกับว่าเรากำลังเดินอยู่ในอาณาจักรของเจ้าหญิงเอลซ่ากันเลยทีเดียว  และหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะเข้าไปชมความงดงามภายในถ้ำน้ำแข็งจะต้องเน้นความปลอดภัยของตัวเองเป็นอย่างมาก ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าให้ทนกับความหนาวภายในถ้ำได้

และหากจะมาเที่ยวที่ถ้ำคริสตัลแห่งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการจะเข้าไปชมถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้คือ ช่วงฤดูหนาวนั่นเองเพราะว่าในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินชมความงดงามภายในถ้ำได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งภายในถ้ำจะละลาย เช่น หากเราไปในช่วงหน้าร้อน น้ำแข็งอาจจะละลายแล้วทำให้น้ำแข็งที่ย้อยสวยงามตา ตกลงมาใส่เราได้ และทางเดินอาจจะลื่นเพราะน้ำแข็งอาจจะมีการละลาย ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมถ้ำน้ำแข็งมากที่สุดควรไปช่วงเดือนธันวาคมนั่นเอง

 

ขอบคุณเว็บ แทงบอลออนไลน์2020 ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

เที่ยวเกาะสวยๆที่จังหวัดพังงา

หน้าร้อนพาเที่ยวเกาะสวยๆที่จังหวัดพังงา

จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีเกาะมากมายหลายเกาะและแต่ละเกาะก็มีความสวยงามไม่แพ้กันวันนี้จะมาพาไปเที่ยวเกาะของจังหวัดพังงาที่นักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด 3 เกาะเด็ดๆนี้เลย

เกาะพระทอง 

ที่เกาะแห่งนี้ตรงกลางของเกาะจะเป็นทุ่งหญ้าและป่า หลายคนที่เคยมาเที่ยวที่นี่แล้วบอกว่าลักษณะของป่าจะเหมือนกับได้ไปเที่ยวป่าที่อัฟริกา จึงให้สมยานามเกาะแห่งนี้ว่า ทุ่งหญ้าซาฟารีแห่งท้องทะเลอันดามัน

ส่วนทางด้านตะวันออกจะติดกับป่าโกงกางและในทางด้านตะวันตกก็จะเป็นชายหาดสวยงามมองดูผืนทรายแล้วคลายกับผืนทรายเป็นสีทองเลยทีเดียว สำหรับที่เกาะแห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้มาก เพราะมีทั้งสัตว์และพืชเต็มไปหมด

โดยในฤดูวางไข่ เหล่าเต่าทั้งหลายก็จะพากันขึ้นมาวางไข่ที่นี่กันทุกปี   และที่เกาะนี้ยังมีนกตะกรุมพากันมาอาศัยอยู่ที่ไหนมากมาย โดยมีการเชื่อกันว่านกตะกรุมที่อาศัยอยู่ที่เกาะพระทองนี้เป็นนกฝูงสุดท้ายของประเทศไทยอีกด้วย

และที่นี่ยังมีกล้วยไม้พันธ์เอื้องปากแก้ว ที่เชื่อกันว่าพันธ์ที่ใกล้จะสูญพันธ์หมดไปจากโลกขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่บนเกาะแห่งนี้ด้วย ดังนั้นทีเกาะทองแห่งนี้จึงเป็นเกาะที่ไม่เหมือนกับเกาะไหนไหน

และนักท่องเที่ยวก็สามารถตั้งแคมป์ สำหรับส่องสัตว์ในตอนกลางคืน และเล่นน้ำ ปั่นจักรยาน ในตอนกลางวัน ศึกษาวิถีชีวิตของธรรมชาติสัตว์และพืชได้อย่างเพลิดเพลิน

เกาะบอน  หรืออีกชื่อคือเกาะทะลุ 

ที่นี่เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กจะอยู่ทางด้านเหนือของเกาะสิมิลัน แต่ถึงแม้เกาะที่นี่จะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีความงามให้ควรค่าแก่การเยี่ยมชมหลายอย่าง เช่น สะพานหิน  ซึ่งสะพานที่นี่เกิดจากน้ำที่กัดเซาะหินมาเป็นเวลานาน

สำหรับที่เกาะบอนนี้ถือว่าเป็นเกาะที่ยังรักษาความเป็นธรรมชาติของท้องทะเลเอาไว้ได้ ที่นี่จะมีปลาชุกชุมมาก และเราสามารถเห็นปลาฉลามครีบขาวและปลาฉลามเสือดาว  หรือแม้แต่ฉลามวาฬ ได้ที่เกาะแห่งนี้ และที่นักท่องเที่ยวจะเห็นบ่อยมากที่สุดก็คือ ปลากระเบนราหู

เกาะไข่

ที่นี่ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กเล็กแต่ก็มีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาที่นี่กันมาก นั่นก็เพราะว่าที่นี่จะมีบริเวณให้ดำน้ำดูแนวปะการังที่มีความสวยงามและยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

ซึ่งนอกจากเราจะดำน้ำลงไปดูปะการังแล้วที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลามากกว่า 20 สายพันธุ์ มีทั้งฉลามเสือดาว  ปลาการ์ตูน ปลาไหลริบบิ้น และปลาอื่นอื่นอีกมากมาย

พาเที่ยวทะเลตราดที่เกาะหวาย

สำหรับหน้าร้อนใครใครก็พากันไปเที่ยวทะเลทั้งนั้นซึ่งนี่ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ววันนี้เราจึงพามาทำความรู้จักกับทะเลที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพแค่นิดเดียวเผื่อว่าในช่วงปิดเทอมนี้จะพาลูกหลานมาเที่ยวพักผ่อนที่เกาะหวายแห่งนี้ที่กวายจะอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดตราด

เราสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยการขึ้นเรือข้ามฟากตรงท่าเรือบางเบ้าซึ่งการมาเที่ยวเกาะหวายเราสามารถแวะไปเที่ยวเกาะอื่นๆได้ด้วยเช่นเกาะช้างเพราะอยู่ห่างจากเกาะไว้แค่เพียง 40 นาทีเท่านั้น

ที่เกาะหวายแห่งนี้ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

เราสามารถมองเห็นต้นไม้เขียวขจีริมทะเลของเกาะจะมีการปลูกต้นมะพร้าวเต็มไปหมด และหากมองลงไปที่น้ำทะเลคุณจะพบกับความงามของสีน้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าครามและมีความใสมากๆจนเราสามารถที่จะมองเห็นปลาแหวกว่าอยู่ใต้น้ำรวมถึงปะการังและสาหร่ายทะเลได้เลย

การเดินทางจากฝั่งเราจะใช้นั่งเรือไปที่เกาะหวายโดยเมื่อมาถึงเกาะเรือจะเทียบถ้าตรงสะพานที่ขอบอกได้เลยว่า สะพานแห่งนี้เป็นจุดเช็กอินจุดแรกของการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะหวายเลยเพราะหากใครมาเที่ยวที่นี่จะต้องถ่ายรูปกับสะพานแห่งนี้กันทุกคน

สำหรับเกาะหวายนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความเป็นส่วนตัวจะไม่ค่อยมีเสียงดังโวยวายจึงเหมาะกับคนที่ต้องการมาพักผ่อนและต้องการความสงบเป็นอย่างมากที่นี่มีกิจกรรมให้เล่น หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำลงไปดูปะการังและปลาสวยงามหรือเราอยากจะเดินเล่นบ่อยชายหาดเพื่อนเพลินก็ได้หรือเราจะลองหัดพายเรือคายัคเพื่อชมความงามของปะการัง

สำหรับใครที่มาเที่ยวที่เกาะหวายแล้วอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติของทะเลที่นี่นานนานสามารถพักรีสอร์ทที่นี่ได้

โดยมีให้เลือกประมาณห้ารีสอร์ทส่วนราคาค่าห้องนั้นถูกมากเพียงแค่ประมาณ 500 บาทเท่านั้นเองที่นี่เราสามารถดำน้ำลงไปเล่นกับปลาและถ่ายรูปกับฝูงปลาได้รวมถึงยังสามารถลงไปชมปะการังและความสวยงามของใต้ท้องทะเลได้อีกด้วยปะการังที่นี่ยังถือว่าเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์มีสีสันสวยงาม

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังพุ่มและปะการังเขากวางและหากใครอยากมาเที่ยวชมความงามของเกาะหวายซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ปะการังสวยงามมากที่สุดให้มาเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤษภาคมเพราะเป็นช่วงที่เกาะหวายจะมีความงดงามมากที่สุด และหากใครยังไม่จุใจกับการชมความงามของทะเลที่นี่สามารถนั่งเรือแวะไปเที่ยวทะเลที่เกาะช้างได้            

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

ในประเทศไทยของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง

เราเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศของเรานั้นมีเยอะแยะมากมายมีที่ไหนบ้างที่เรายังไม่เคยไปเพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เรารู้จักนั้นก็เยอะอยู่ไม่ใช่น้อยซึ่งเราจะเห้นได้ว่ามีคนแห่ให้ความสนใจกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทยไม่น้อยเลย

หากเรามีเวลาว่างมากพอเราก็อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามและอาจจะก่อให้เกิดการคลายเครียดได้ซึ่งมีอีกหลากหลายสถานที่มากๆที่เราไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้หมด เนื่องจากมันเยอะเกินไปจริงๆดังนั้นวันนี้เราขอยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอาจจะไปแล้วเกิดติดอกติดใจกันก็เป็นได้

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่แรกนั่นก็คือเกาะกระดาด จังหวัดตราด

เนื่องจากเกาะนี้เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมากซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะที่มีชื่อว่าเกาะหมาก เกาะนี้มีฟ้าที่สวยสดใสและยังเป็นที่มีกวางที่มากมายอีกด้วยซึ่งหากท่านต้องการที่จะชมกวางจะต้องนั่งรถเพื่อเป็นการรับชมหากต้องการถ่ายรูปสวยๆและรูปกวางเหล่านั้นละก็จะต้องทำการนั่งรถไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และที่สำคัญในเกาะนี้จะมีต้มะพร้าวที่เอียลำตัวของต้นของมันเข้าฝั่งทางด้านที่เป็นทะเลซึ่งเราไม่ควรพลาดความสวยงามอันนี้เด็ดขาดซึ่งไม่ว่าจะเที่ยวในช่วงไหนก็มีความสวยงามไม่แพ้กันเลยสำหรับเกาะนี้ถือว่าผ่าน เพราะสามารถเที่ยวได้ทุกเทศกาลจริงๆแถมยังมีการออกทริปดูสัตว์น้ำและอื่นๆได้อีกด้วย

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่ต่อไปนั้นก็คือ น้ำตกปิตุ๊โกร จังหวัดตาก 

บางท่านอาจจะไม่รู้ว่าน้ำตกปิตุ๊โกรนั้นตั้งอยู่ดอยสามหมื่นและมีลักษณะคล้ายรูปทรงที่เป็นหัวใจที่มีความงดงามนอกจากนั้นยังเป็นน้ำตกที่มีความสูงที่สุดสำหรับประเทศไทยอีกด้วยนะซึ่งลักษณะของมันจะมีน้ำที่ไหลทางด้านซ้ายและทางด้านขวาจะมีการไหลมารวมตัวกัน

ลักษณะการไหลมารวมนี้จะเป็นเหมือนกับตัววีของภาษาอังกฤษหรือมองดีๆก็จะเป็นรูปทรงหัวใจนั่นเองการเดินชมน้ำตกนี้ต้องเดินทางไกลถึง 8 กิโลด้วยกันถือว่าต้องเดินทางไกลพอสมควรหากจะมีการพักนอนนั่งในป่าก็อย่าลืมอาหารเอาไปทานด้วยนะแต่หากมีการถึงน้ำตกเมื่อไหรีรับรองว่าหายเหนื่อยอย่างแน่นอนจร้า

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่ต่อไปนั้นก็คือน้ำตกออกฮู จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ต้องบอกว่าน้ำตกนี้เป็นแหล่งเที่ยวแบบชิวๆมีความสวยงามมากอยู่นะ น้ำนั้นจะมีสีเขียวมรกตซึ่งต้นน้ำของมันไหลมาจากน้ำที่ผุดออกมาจากหินและน้ำเหล่านี้จะผุดออกมาตลอดทั้งปีเลยนะไม่มีการขาดแถมน้ำเหล่านั้นยังใสสะอาดมากอีกด้วยแถมที่นี่ยังมีที่พักผ่อนให้หลับนอนท่ามกลางบรรยากาศที่บริสุทธ์ด้วยนะ