เที่ยวเกาะสวยๆที่จังหวัดพังงา

หน้าร้อนพาเที่ยวเกาะสวยๆที่จังหวัดพังงา

จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีเกาะมากมายหลายเกาะและแต่ละเกาะก็มีความสวยงามไม่แพ้กันวันนี้จะมาพาไปเที่ยวเกาะของจังหวัดพังงาที่นักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด 3 เกาะเด็ดๆนี้เลย

เกาะพระทอง 

ที่เกาะแห่งนี้ตรงกลางของเกาะจะเป็นทุ่งหญ้าและป่า หลายคนที่เคยมาเที่ยวที่นี่แล้วบอกว่าลักษณะของป่าจะเหมือนกับได้ไปเที่ยวป่าที่อัฟริกา จึงให้สมยานามเกาะแห่งนี้ว่า ทุ่งหญ้าซาฟารีแห่งท้องทะเลอันดามัน

ส่วนทางด้านตะวันออกจะติดกับป่าโกงกางและในทางด้านตะวันตกก็จะเป็นชายหาดสวยงามมองดูผืนทรายแล้วคลายกับผืนทรายเป็นสีทองเลยทีเดียว สำหรับที่เกาะแห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้มาก เพราะมีทั้งสัตว์และพืชเต็มไปหมด

โดยในฤดูวางไข่ เหล่าเต่าทั้งหลายก็จะพากันขึ้นมาวางไข่ที่นี่กันทุกปี   และที่เกาะนี้ยังมีนกตะกรุมพากันมาอาศัยอยู่ที่ไหนมากมาย โดยมีการเชื่อกันว่านกตะกรุมที่อาศัยอยู่ที่เกาะพระทองนี้เป็นนกฝูงสุดท้ายของประเทศไทยอีกด้วย

และที่นี่ยังมีกล้วยไม้พันธ์เอื้องปากแก้ว ที่เชื่อกันว่าพันธ์ที่ใกล้จะสูญพันธ์หมดไปจากโลกขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่บนเกาะแห่งนี้ด้วย ดังนั้นทีเกาะทองแห่งนี้จึงเป็นเกาะที่ไม่เหมือนกับเกาะไหนไหน

และนักท่องเที่ยวก็สามารถตั้งแคมป์ สำหรับส่องสัตว์ในตอนกลางคืน และเล่นน้ำ ปั่นจักรยาน ในตอนกลางวัน ศึกษาวิถีชีวิตของธรรมชาติสัตว์และพืชได้อย่างเพลิดเพลิน

เกาะบอน  หรืออีกชื่อคือเกาะทะลุ 

ที่นี่เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กจะอยู่ทางด้านเหนือของเกาะสิมิลัน แต่ถึงแม้เกาะที่นี่จะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีความงามให้ควรค่าแก่การเยี่ยมชมหลายอย่าง เช่น สะพานหิน  ซึ่งสะพานที่นี่เกิดจากน้ำที่กัดเซาะหินมาเป็นเวลานาน

สำหรับที่เกาะบอนนี้ถือว่าเป็นเกาะที่ยังรักษาความเป็นธรรมชาติของท้องทะเลเอาไว้ได้ ที่นี่จะมีปลาชุกชุมมาก และเราสามารถเห็นปลาฉลามครีบขาวและปลาฉลามเสือดาว  หรือแม้แต่ฉลามวาฬ ได้ที่เกาะแห่งนี้ และที่นักท่องเที่ยวจะเห็นบ่อยมากที่สุดก็คือ ปลากระเบนราหู

เกาะไข่

ที่นี่ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กเล็กแต่ก็มีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาที่นี่กันมาก นั่นก็เพราะว่าที่นี่จะมีบริเวณให้ดำน้ำดูแนวปะการังที่มีความสวยงามและยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

ซึ่งนอกจากเราจะดำน้ำลงไปดูปะการังแล้วที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลามากกว่า 20 สายพันธุ์ มีทั้งฉลามเสือดาว  ปลาการ์ตูน ปลาไหลริบบิ้น และปลาอื่นอื่นอีกมากมาย

เกาะสวยน้ำใสของทะเลอันดามัน

พาเที่ยวช่วงหน้าร้อน เกาะสวยน้ำใสของทะเลอันดามัน  

          กำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนกันแล้ว และอีกไม่กี่วันนักเรียนเกือบทุกโรงเรียนก็กำลังจะปิดเทอม ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลจึงเป็นทางเลือกที่ทุกคนอยากจะหาเวลามาพักผ่อนในช่วงหน้าร้อนที่กำลังจะถึงนี้

  สำหรับทะเลของประเทศไทยนั้นมีหลายที่ที่สวยสวยเยอะแยะ แต่ที่จะมาแนะนำวันนี้จะเป็นทะเลทางใต้ของประเทศไทย ที่อยู่ในแทบทะเลอันดามัน มีที่ไหนที่น่าสนใจไปบ้างมาดูกันค่ะ

จังหวัด สตูล  พาเที่ยวเกาะบูโหลน 

สำหรับที่เกาะแห่งนี้มีความงามตามธรรมชาติที่ยังไม่ได้ถูกมนุษย์เข้าไปทำลาย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่มีทรายสีขาวสะอาดตา  และน้ำทะเลที่ใสมากจนเรามองเห็นปลาที่แหวกว่ายใต้น้ำได้เลย และที่นี่ยังคงสภาพการดำเนินชีวิตตามแบบชาวทะเลแบบดั้งเดิม

หากใครที่อยากไปเทียวในที่ที่ไม่มีคนพลุ่งพล่านแล้วละก็ที่นี่คือความเงียบสงบที่น่าเที่ยวมากและอย่าพลาดที่จะรอชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตางหน้าอ่าว เพราะให้บรรยากาศที่โรแมนติก มากมาก

จังหวัดภูเก็ต  เกาะราชา

สำหรับที่เกาะแห่งนี้นอกจากน้ำใสทะเลสวยแล้ว ปะการังที่นี่ก็สวยงามมากมาก ที่นี้เราสามารถลงดำน้ำดูปะการังใต้น้ำได้เพราะเป็นแนวปะการังน้ำตื้น เกาะราชา หรืออีกชื่อที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่าเกาะรายา เป็นเกาะที่ยังคงความงดงามทั้งชายหาดและแนวปะการัง และที่นี่ยังเงียบสงบเหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก

จังหวัดตรัง  เกาะมุก

สำหรับเกาะแห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวต่างกล่าวขานว่าเกาะแห่งนี้คือ ถ้ำมรกตอันล้ำค่าแห่งท้องทะเลอันดามัน ที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่มีลำดับความกว้างใหญ่เป็นอันดับสามของจังหวัดตรัง โดยเกาะแห่งนี้มักจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก เพราะมีหาดทรายที่สวยงาม

และบรรยากาศเงียบสงบมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก สำหรับที่เกาะมุกแห่งนี้จะมี  ถ้ำมรกต ที่เป็นถ้ำน้ำที่ไม่ใหญ่มากนัก โดยสามารถวัดความยาวของถ้ำได้ประมาณ 80 เมตร ซึ่งด้านภายในถ้ำจะมีสีเขียวมรกต งดงามแปลกตา

ทำให้ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นจุดดึงดุดให้นักเที่ยวเดินทางมาเพื่อชมถ้ำมรกตกันมาก แต่การเข้าชมถ้ำจะสามารถเข้าไปชมความงามได้เฉพาะในช่วงที่น้ำลดเท่านั้นและการเดินทางเข้าไปตัวนักท่องเที่ยวจะต้องลอยคอในน้ำเพื่อเข้าไปในถ้ำซึ่งระหว่างทางจะมีแต่ความมืด  แต่เมื่อถึงจุดที่เป็นสีเขียวคุณก็จะต้องประทับใจกับความสวยงามของถ้ำแห่งนี้ โดยที่นี่ถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่ Unseen

พาเที่ยวทะเลตราดที่เกาะหวาย

สำหรับหน้าร้อนใครใครก็พากันไปเที่ยวทะเลทั้งนั้นซึ่งนี่ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ววันนี้เราจึงพามาทำความรู้จักกับทะเลที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพแค่นิดเดียวเผื่อว่าในช่วงปิดเทอมนี้จะพาลูกหลานมาเที่ยวพักผ่อนที่เกาะหวายแห่งนี้ที่กวายจะอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดตราด

เราสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยการขึ้นเรือข้ามฟากตรงท่าเรือบางเบ้าซึ่งการมาเที่ยวเกาะหวายเราสามารถแวะไปเที่ยวเกาะอื่นๆได้ด้วยเช่นเกาะช้างเพราะอยู่ห่างจากเกาะไว้แค่เพียง 40 นาทีเท่านั้น

ที่เกาะหวายแห่งนี้ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

เราสามารถมองเห็นต้นไม้เขียวขจีริมทะเลของเกาะจะมีการปลูกต้นมะพร้าวเต็มไปหมด และหากมองลงไปที่น้ำทะเลคุณจะพบกับความงามของสีน้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าครามและมีความใสมากๆจนเราสามารถที่จะมองเห็นปลาแหวกว่าอยู่ใต้น้ำรวมถึงปะการังและสาหร่ายทะเลได้เลย

การเดินทางจากฝั่งเราจะใช้นั่งเรือไปที่เกาะหวายโดยเมื่อมาถึงเกาะเรือจะเทียบถ้าตรงสะพานที่ขอบอกได้เลยว่า สะพานแห่งนี้เป็นจุดเช็กอินจุดแรกของการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะหวายเลยเพราะหากใครมาเที่ยวที่นี่จะต้องถ่ายรูปกับสะพานแห่งนี้กันทุกคน

สำหรับเกาะหวายนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นความเป็นส่วนตัวจะไม่ค่อยมีเสียงดังโวยวายจึงเหมาะกับคนที่ต้องการมาพักผ่อนและต้องการความสงบเป็นอย่างมากที่นี่มีกิจกรรมให้เล่น หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำลงไปดูปะการังและปลาสวยงามหรือเราอยากจะเดินเล่นบ่อยชายหาดเพื่อนเพลินก็ได้หรือเราจะลองหัดพายเรือคายัคเพื่อชมความงามของปะการัง

สำหรับใครที่มาเที่ยวที่เกาะหวายแล้วอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติของทะเลที่นี่นานนานสามารถพักรีสอร์ทที่นี่ได้

โดยมีให้เลือกประมาณห้ารีสอร์ทส่วนราคาค่าห้องนั้นถูกมากเพียงแค่ประมาณ 500 บาทเท่านั้นเองที่นี่เราสามารถดำน้ำลงไปเล่นกับปลาและถ่ายรูปกับฝูงปลาได้รวมถึงยังสามารถลงไปชมปะการังและความสวยงามของใต้ท้องทะเลได้อีกด้วยปะการังที่นี่ยังถือว่าเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์มีสีสันสวยงาม

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังพุ่มและปะการังเขากวางและหากใครอยากมาเที่ยวชมความงามของเกาะหวายซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ปะการังสวยงามมากที่สุดให้มาเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤษภาคมเพราะเป็นช่วงที่เกาะหวายจะมีความงดงามมากที่สุด และหากใครยังไม่จุใจกับการชมความงามของทะเลที่นี่สามารถนั่งเรือแวะไปเที่ยวทะเลที่เกาะช้างได้            

ดอกนางพญาเสือโคร่ง

เที่ยวภูลมโล ชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง

หากเอ่ยถึงดอกนางพญาเสือโคร่งบางคนคงสงสัยว่าดอกเป็นอย่างไร แต่หากบอกว่าดอกนางพญาเสื้อโคร่งนั่นได้รับฉายาว่าซากุระเมืองไทย คาดว่าทุกคนคงรู้จักกันดี ในทุกทุกปีในช่วงฤดูหนาวที่ภูลมโลแห่งนี้จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งออกดอกสวยงามเต็มต้นบนพื้นที่เกือบหนึ่งพันไร่

ซึ่งที่ภูลมโลแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเลย เป็นสถานทีท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันเป็นอย่างมากเพราะต้องการมาสัมผัสกับธรรมชาติที่สดชื่น อากาศเย็นสบายแถมบรรยากาศยังสวยงามเพราะจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งปลิวตามลมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งที่นี่มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งมาถึงหนึ่งแสนต้น กันเลยทีเดียว 

ก่อนที่นี่จะเป็นสวนปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งนั้น ในอดีตที่นี่จะมีการปลูกผักขาย ซึ่งชาวบ้านที่อยู่อาศัยที่นี่จะเป็นชนเขาเผ่าโม้ง ซึ่งเขาจะปลูกต้นกะหล่ำปลี แต่ต่อมาจึงได้ให้ชาวเผ่าโม้งเปลี่ยนจากการปลูกแต่ผักกะหล่ำปลีอย่างเดียวมาเป็นปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งสลับกันบ้าง

ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวและถ่ายรูปกับดอกไม้กันเป็นจำนวนมาก เวลาเดินแล้วมีลมพัดจะมีกลีบดอกนางพญาเสือโคร่งร่วงลงมาดูแล้วสวยงามมาก โดยปกติแล้วดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานอยู่ประมาณ 1 เดือนเต็มก็จะโรยรา

ซึ่งดอกนางพญาเสือโคร่งนี้นับได้ว่าเป็นดอกไม้ที่สวยงามมาก กลีบดอกเป็นสีชมพูเวลาบานเต็มต้นจะมองเห็นแต่ดอกไม่มีใบเลย หลายคนจึงมักเรียกดอกนางพญาเสือโคร่งว่าซากุระเมืองไทย เมื่อถึงช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งนักท่องเที่ยวมักจะพากันนำเสื่อและอาหารมาปูใต้ต้นไม้และนั่งกินอาหารพร้อมกับสัมผัสกับความงามของนางพญาเสือโคร่งเหมือนไปนั่งที่ญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระ

และสำหรับการไปเยี่ยมชมดอกนางพญาเสือโคร่งไม่สามารถที่จะขับรถของตัวเองเข้าไปชมเองตามอำเภอใจได้นะคะ ด้วยบริเวณพื้นที่ที่กว้างใหญ่และทางค่อนข้างขรุขระบางจุดเป็นพื้นที่ลาดชันทำให้ต้องนั่งรถที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเอาไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยวแทนค่ะ หากนั่งรถชมรอบรอบพื้นที่ของภูลมโล มีถูกคิดค่าเหมารถ

ถ้าไปไม่เกิน 5 คนคิด 1,500 บาท แต่ถ้าเกิน 5 คนแต่ไม่เกิน 10 คนคิด ค่าเหมารถ 2,000 บาทค่ะ ราคานี้ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นการเก็บค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเข้าไปแล้วด้วยค่ะ  และที่นี่ยังเปิดบริการให้กางเต็นท์นอนเพื่อที่จะได้นอนชมบรรยากาศยามค่ำคืนของภูลมโลด้วยนะคะ

เที่ยวตลาดน้ำกลางสวน

เที่ยวตลาดน้ำกลางสวนตลาดน้ำคลองลัดมะยม

         ที่ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดน้ำตามแบบวิถีของชาวบ้าน สินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่จึงเป็นสินค้าสดสด ที่เก็บมาจากสวนของชาวบ้าน ที่นี่ถือเป็นตลาดน้ำกลางสวนอย่างแท้จริง และคนที่เปิดให้มีตลาดน้ำแห่งนี้ก็คือชาวบ้านในบริเวณตลาดน้ำนี้นี่เองที่มีการมารวมตัวกัน

เพื่อพัฒนาริมคลองลัดมะยมแห่งนี้ให้กลายเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียง จนตอนนี้ต่างก็มีนักท่องเที่ยวที่สนใจชมวิถีชีวิตของชนบทอย่างแท้จริง คอยมาเที่ยวเยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย ที่สำคัญที่นี่มีผักและผลไม้สดสด

ที่ชาวบ้านเก็บจากสวนของตัวเองนำมาขายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาที่ถูก สำหรับวิธีการของ ของแม่ค้าที่ตลาดน้ำแห่งนี้คือแม่ค้าจะทำการพายเรือมาขายของให้กับลูกค้า รวมถึงแถวบริเวณริมคลองก็จะมีร้านอาหารให้ลูกค้าเดินซื้อของมากมายหลายร้านเมื่อซื้อเสร็จก็จะมีที่นั่งที่เตรียมเอาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งทาน

พร้อมกับชมความงดงามของธรรมชาติริมคลองและดูแม่ค้าขายของอย่างเพลิดเพลิน และเมื่อเราเดินเลยออกมานิดหน่อยห่างจากริมคลองมาแล้วบริเวณนี้ชาวบ้านจะเปิดร้านขายต้นไม้ พันธ์ไม้ขนาดเล็ก 

และสำหรับใครที่อยากจะมาเที่ยวที่ตลาดน้ำแห่งนี้ ตลาดจะเปิดเฉพาะเสาร์ และวันอาทิตย์ เท่านั้นซึ่งตลาดจะเปิดบริการขายของ เวลา 8.00-15.00 ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม จะอยู่ในเขตตลิ่งชั้น ตลาดนี้ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ ปี 2547

แล้วและที่ต้องเรียกชื่อว่าตลาดน้ำคลองลัดมะยมก็เพราะว่า เป็นตลาดน้ำที่ใช้คลองเล็กที่แยกมาจากคลองใหญ่ของคลองบางละมาดและคลองบางขุนพรม ซึ่งที่นี่ก่อนจะมาเป็นตลาดน้ำ เดิมทีเป็นสวนและไร่นาของชาวบ้านในแถบนี้

สำหรับที่ตลาดน้ำแห่งนี้จะมีกับข้าวหลายร้านที่อร่อยมากมาก ยกตัวอย่างเช่น ร้านพิสมัยปลาเผา ใบเฟินซีฟู๊ดซึ่งร้านนี้จะเน้นขายอาหารทะเล มีทั้งกุ้งและหอยตัวใหญ่ใหญ่ และปูตัวใหญ่ มีร้านไก่ย่าง และร้านค้าที่นี่จะไม่ซ้ำกัน

ที่นี่เป็นตลาดน้ำขนาดกลาง และผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน หนาแน่นมากนัก โดยเฉพาะส้มตำสมุนไพร เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของตลาดน้ำแห่งนี้เลยทีเดียว และที่ขาดไม่ได้คือไอศกรีมลุงชวน ซึ่งนอกจากจะเปิดขายไอศกรีมแล้วลุงชวนยังเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งตลาดน้ำแห่งนี้

ตลาดน้ำแห่งนี้ถือเป็นตลาดน้ำที่มีอายุเก่าแก่มายาวนานหลายปี ผู้คนมักจะชวนกันมาหาของกินและซื้อกลับบ้าน เนื่องจากสินค้าที่นำมาขายเป็นของสดและใหม่ หากวันหยุดไม่รู้จะเดินทางไปเที่ยวไหนอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมตลาดน้ำแห่งนี้กันนะคะ

ไปเที่ยวฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่นทำอะไรดี?

ฮอกไกโดจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จังหวัดที่มีชื่อเสียงว่าเป็นจังหวัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติและทัศนียภาพอันสวยงาม ยิ่งไปกว่านั้นฮอกไกโดยังทำให้คุณเคลิบเคลิ้มไปกับแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ

ในเมื่อฮอกไกโดมีเสน่ห์น่าสนใจแบบนี้แล้ว เวลาไปเที่ยวฮอกไกโดจะทำอะไรดีล่ะ เรื่องแบบนี้เรามีคำตอบให้ มาดูกันค่ะ

ชมเทศกาลหิมะฮอกไกโด

เป็นเทศกาลฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเทศกาลที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกด้วย ซึ่งเทศกาลนี้จะจัดกันเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว และจัดในเดือนกุมภาพันธ์ที่เมืองซัปโปโระในทุกๆปี โดยในเทศกาลจะมีการจัดแสดงรูปปั้นหิมะและประติมากรรมน้ำแข็งที่หลากหลายอยู่เต็มพื้นที่จัดแสดง

เดินเลียบคลองโอตารุ

เมืองโอตารุเป็นเมืองท่าเรือเคียงข้างอ่าวอิชิคาริ โดยโอตารุยังเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในเรื่องของทิวทัศน์เมืองที่สวยงามมีคลองเก่าแก่ที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คของเมืองแห่งนี้อยู่คู่เมืองมาอย่างช้านาน

ไปดูทะเลสาบโทยะ

ทะเลสาบที่งดงามที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโคซึ โทยะ เป็นทะเลสาบที่เป็นที่รู้จักกันว่าวิวสวยงามมากเพราะมีภูเขาไฟอูซึและธรรมชาติล้อมรอบ โดยมีกิจกรรมกลางแจ้งคอยให้บริการและให้คุณสนุกไปด้วยได้ เช่น พายเรือแคนู พายเรือทั่วไป ปืนเขา และตั้งแคมป์

แช่ออนเซ็นโนโบริเบทสึ

ฮอกไกโดยังเป็นแหล่งออนเซ็นกว่า 100 แห่ง จึงทำให้มีรีสอร์ทออนเซ็นตั้งอยู่มากมาย และโนโบริเบทซึออนเซ็นคือหนึ่งในออนเซ็นที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และยังตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโคซึ โทยะอีกด้วย จึงทำให้ออนเซ็นที่นี่เต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรมาแช่ออนเซ็นที่นี่

เที่ยวชมสัตว์น้อยใหญ่ที่สวนสัตว์อาซาฮิยามะ

สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์หลากหลายชนิดรวมไปถึงสัตว์ป่าพื้นเมืองของฮอกไกโด เช่น กวาง เหยี่ยว จิ้งจอกแดง รวมไปถึงสัตว์จากทั่วโลก เช่น นกเพนกวิน หมีขั้วโลก เสือโคร่ง เสือดาว ยีราฟ สิงโต และฯลฯ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เห็นสัตว์หลากหลายชนิดที่สวนสัตว์แห่งนี้ในที่เดียวเลย

ชมดอกลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะ

ฟุราโนะเป็นเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของฮอกไกโด และยังเป็นที่รู้จักในเรื่องความสวยงามของภูมิทัศน์แบบชนบทและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ จึงทำให้ฟุราโนะเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สีสันสดใสที่จะเบ่งบานในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะทุ่งดอกลาเวนเดอร์เป็นทุ่งดอกไม้ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะลาเวนเดอร์จะชูคอแข่งกันบานอย่างสวยงามและตั้งเรียงรายกันเป็นแถวๆเลย

กินอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโด

มาถึงถิ่นฮอกไกโดจะพลาดการกินอาหารท้องถิ่นได้ยังไงล่ะ ที่แนะนำและต้องกินอย่างมากคือ ปูขน เพราะฮอกไกโดนี่ถือเป็นอาณาจักรของปูเลยทีเดียว มีปูหลากหลายชนิดที่ถูกจับขึ้นมา และปูขนถือเป็นปูที่มีรสชาติอร่อยที่สุด

ท่องเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

เราจะเห็นได้ว่าในยุคสมัยนี้มีโจรมากมายหลากหลายที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปล้นจี้ หรือแม้แต่การฆ่า โดยจะเห้ฯได้จากข่าวที่เราเปิดอ่านตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น ทีวี หรือสื่อทางออนไลน์ โดยเรานั้นควรที่จะต้องระวังให้มากพอสมควร ดังนั้นหากเราจะต้องไปท่องเที่ยวควรมีกันไว้ดีกว่าแก้นะ

หากเรานั้นอยากไปท่องเที่ยวแต่เราก็กลัวเหตุร้ายจะเกิดขึนกับเราดังนั้นวันนี้เรามีเคล็ดลับแนะนำ เผื่อเป็นแนวทางให้บุคคลที่ต้องการจะเที่ยวแต่ก็ยังกลัวอันตรายนั่นเองโดยมีดังนี้

ไม่ควรไปเที่ยวเพียงคนเดียว

คุรอาจจะอยู่ในช่วงที่อยากเที่ยวหรือแม้แต่มีความไม่สบายใจแต่ก็อยากที่จะเดินทางท่องเที่ยว แต่จากเหตุการณืบ้านเมืองที่มีความวุ่นวายอยู่ตอนนี้จึงส่งผลให้ท่านนั้นกลัว ท่านควรกระทำโดยพาเพื่อนไปเที่ยวด้วย ซึ่งเพื่อนๆหรือคนใกล้ชิดมักจะเป็นตัวช่วยเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงอันตรายต่างๆได้ เคยได้ยินหรือไม่ว่าคนเดียวหัวหายสองคนเพื่อนตาย และนั้นก็คือหากเดินไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตรายนั่นเอง ดังนั้นหากจะไปเที่ยวควรชวนเพื่อนไปด้วยอย่างน้อยก็สักคนก็ยังดีเพื่อภัยอันตรายต่างๆจะได้ไม่เกิดขึ้น แถมอีกอย่างไปหลายคนสนุกดีออก

ไม่ควรไปสถานที่ที่เงียบจนเกินไป

เข้าใจนะว่าอยากไปเที่ยวแบบเงียบๆเป็นส่วนตัว หรือบางทีก็อยากที่จะหนีความวุ่นวาย แต่เนื่องจากตอนนี้มีเหตุการณ์ที่วุ่นวายเต็มไปหมด ดังนั้นหากเรานั้นไปในที่ที่เปลี่ยวหรือที่ที่ไม่มีใครไปมันจะส่งผลให้เกิดอันตรายกับเราได้ง่าย ดังนั้นเราควรที่จะเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ที่มีคนบ้าง อาจจะอยู่ในแหล่งชุมชนหรือมีคนที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือเราได้ทันกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้ได้นั่นเอง

ควรเลือกสถานที่ที่มีการดูแลเป็นอย่างดี

ต้องบอกว่าที่พักหรือสถานที่ที่เรานั้นจะไปเที่ยวจะต้องเป็นสถานที่ที่ไม่อันตราย โดยอาจจะต้องมีการเฝ้าเวรยามด้วยการควบคุมของ รปภ สำหรับห้องพักของเรา หรือตามสถานที่ที่เรานั้นไปพัก ซึ่งไม่ควรนอนสถานที่ที่เป็นการเสี่ยงในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอน การเดินเล่น การตาม โดยเรานั้นควรระวังตนเองให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามสถานที่ที่เราไปนั้นไม่ควรพักในที่ที่ไม่มีคนคอยดูแลเป็นอันขาด

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเดินห้างหรือไปไหนก็ตามในยุคสมัยนี้ถือได้ว่าต้องระวังกันเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานั้นไม่คุ้นเคนยิ่งต้องระวังหนัก เพราะมันสามารถทำให้เราได้รับอันตรายได้ง่ายนั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

ในประเทศไทยของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง

เราเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศของเรานั้นมีเยอะแยะมากมายมีที่ไหนบ้างที่เรายังไม่เคยไปเพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เรารู้จักนั้นก็เยอะอยู่ไม่ใช่น้อยซึ่งเราจะเห้นได้ว่ามีคนแห่ให้ความสนใจกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทยไม่น้อยเลย

หากเรามีเวลาว่างมากพอเราก็อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามและอาจจะก่อให้เกิดการคลายเครียดได้ซึ่งมีอีกหลากหลายสถานที่มากๆที่เราไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้หมด เนื่องจากมันเยอะเกินไปจริงๆดังนั้นวันนี้เราขอยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอาจจะไปแล้วเกิดติดอกติดใจกันก็เป็นได้

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่แรกนั่นก็คือเกาะกระดาด จังหวัดตราด

เนื่องจากเกาะนี้เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมากซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะที่มีชื่อว่าเกาะหมาก เกาะนี้มีฟ้าที่สวยสดใสและยังเป็นที่มีกวางที่มากมายอีกด้วยซึ่งหากท่านต้องการที่จะชมกวางจะต้องนั่งรถเพื่อเป็นการรับชมหากต้องการถ่ายรูปสวยๆและรูปกวางเหล่านั้นละก็จะต้องทำการนั่งรถไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และที่สำคัญในเกาะนี้จะมีต้มะพร้าวที่เอียลำตัวของต้นของมันเข้าฝั่งทางด้านที่เป็นทะเลซึ่งเราไม่ควรพลาดความสวยงามอันนี้เด็ดขาดซึ่งไม่ว่าจะเที่ยวในช่วงไหนก็มีความสวยงามไม่แพ้กันเลยสำหรับเกาะนี้ถือว่าผ่าน เพราะสามารถเที่ยวได้ทุกเทศกาลจริงๆแถมยังมีการออกทริปดูสัตว์น้ำและอื่นๆได้อีกด้วย

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่ต่อไปนั้นก็คือ น้ำตกปิตุ๊โกร จังหวัดตาก 

บางท่านอาจจะไม่รู้ว่าน้ำตกปิตุ๊โกรนั้นตั้งอยู่ดอยสามหมื่นและมีลักษณะคล้ายรูปทรงที่เป็นหัวใจที่มีความงดงามนอกจากนั้นยังเป็นน้ำตกที่มีความสูงที่สุดสำหรับประเทศไทยอีกด้วยนะซึ่งลักษณะของมันจะมีน้ำที่ไหลทางด้านซ้ายและทางด้านขวาจะมีการไหลมารวมตัวกัน

ลักษณะการไหลมารวมนี้จะเป็นเหมือนกับตัววีของภาษาอังกฤษหรือมองดีๆก็จะเป็นรูปทรงหัวใจนั่นเองการเดินชมน้ำตกนี้ต้องเดินทางไกลถึง 8 กิโลด้วยกันถือว่าต้องเดินทางไกลพอสมควรหากจะมีการพักนอนนั่งในป่าก็อย่าลืมอาหารเอาไปทานด้วยนะแต่หากมีการถึงน้ำตกเมื่อไหรีรับรองว่าหายเหนื่อยอย่างแน่นอนจร้า

สำหรับท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำเป็นที่ต่อไปนั้นก็คือน้ำตกออกฮู จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ต้องบอกว่าน้ำตกนี้เป็นแหล่งเที่ยวแบบชิวๆมีความสวยงามมากอยู่นะ น้ำนั้นจะมีสีเขียวมรกตซึ่งต้นน้ำของมันไหลมาจากน้ำที่ผุดออกมาจากหินและน้ำเหล่านี้จะผุดออกมาตลอดทั้งปีเลยนะไม่มีการขาดแถมน้ำเหล่านั้นยังใสสะอาดมากอีกด้วยแถมที่นี่ยังมีที่พักผ่อนให้หลับนอนท่ามกลางบรรยากาศที่บริสุทธ์ด้วยนะ